วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

เข้าใจหรือเปล่าอีกครั้ง


ทำอย่างไรถึงจะสร้างครูได้???
เหตุผลที่ต้องสร้างครู เพราะว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา เริ่มที่ครู
เพราะฉะนั้น กระบวนการเรียนรู้ของครูจึงสำคัญมาก
เราต้องตั้งโจทย์กับตัวเองเสมอ มองให้เห็นตัวเอง เรียนรู้ เข้าใจและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หากเราไม่สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ตนเองได้ ความรู้ที่หามาได้ก็ไร้ประโยชน์

บางห้วงขณะ เราบอกตัวเองได้ว่า ....
บางอย่างทำได้และบางอย่างทำไม่ได้ เรามีศักยภาพมากพอที่จะสอบสวนตัวเอง
ทำได้..เพราะอะไร  ถอดความรู้นั้นออกมา หมั่นทบทวนตัวเองสม่ำเสมอ อย่ามัวคอยแต่ให้คนอื่นมาถอดให้ มองตัวเองให้ชัด แล้วจะจัดการกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไร? และก้าวออกจากกรอบที่ครอบตัวเองให้ได้ แยกอารมณ์และตัวตนออกจากกัน
สอบอารมณ์ ทบทวน สร้างความเข้มแข็งภายใน
ความมั่นคงทางอารมณ์สำคัญมาก คนเป็นครู เป็นพ่อแม่ ต้องชัดเจนและแข็งแรงพอ

การสร้างสังคมแห่งความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ควรเริ่มจากจุดเล็กๆ คือตัวเรา ก้าวต่อไปยังสังคมเล็กๆ ในครอบครัว เป้าหมายสุดท้ายที่เราอยากเห็น คือ ความเป็นสังคมที่ดี มีความหลากหลาย ทบทวนตัวเอง ปฏิสัมพันธ์อย่างสันติ ในความหลากหลายทางสังคม มีทั้งความสำเร็จ มีทั้งความล้มเหลว
อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้ทั้งสองด้าน แต่นั่น..ไม่ได้หมายความว่า ให้คุณล้มเหลวได้ตลอดไป คงไม่มีใครนอนรอคอยความล้มเหลวเพื่อแสดงตนว่าฉันมีความหลากหลาย

ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความคาดหวัง พ่อแม่คาดหวังกับลูกเสมอ
เพราะเขาคือตัวแทนของลมหายใจ เจ็บปวดทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจ
...หากเราเข้าใจว่า
ลมหายใจนี้..วันหนึ่งก็ต้องจากอ้อมอกไป
เราเลือกได้ค่ะว่าจะปล่อยให้เขาเผชิญและก้าวผ่านสิ่งต่างๆ ไป เพื่อจะยืนอยู่ในโลกอนาคตได้อย่างมั่นคงด้วยขาของเขาเอง หรือจะให้เขายืนเหยียบเท้าเราไว้เช่นนั้น จนกว่า....

ลองมองย้อนมาที่ตนเอง บุคคลต้นแบบต้องสร้างตนเองให้ชัด
ไม่ว่าคุณจะได้รับเลือกเป็นต้นแบบหรือไม่ คุณก็ต้องสร้างตนเองให้ได้
คนทุกคนล้วนมีความสำคัญ แล้วคุณจะปล่อยให้ตนเองล้มเหลวอย่างนั้นหรือ
เรียนรู้ที่จะก้าวผ่านมันไปให้ได้

หากเปรียบความสมบูรณ์ของสังคมมนุษย์เป็นดั่งป่า มีทั้งกาฝากและไม้ใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหยุดอยู่ที่ความเป็นกาฝาก เพราะมีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่แล้ว คุณจะปล่อยให้ตัวเองเป็นเช่นนั้นหรือ
แล้วกระบวนการพัฒนาจะมีความหมายอะไร

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

เข้าใจหรือเปล่า

ในความเป็นครู....เราจะประเมินตนเองอย่างไร???? และเด็กจะประเมินตนเองอย่างไร????


            ขั้นตอนแรก...เราต้องสำรวจตัวเอง มีอะไรบ้างที่เราผิดพลาดไปจากการตัดสินใจของเราเอง สิ่งนั้นทำให้เราได้เรียนรู้อะไร สิ่งเหล่านี้จะซึมลงไปสู่เด็กๆ ถ้าเด็กๆ ทำแบบเดียวกันนี้ เรียนรู้ที่มองหาให้เจอว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง ผลเป็นอย่างไร ในที่สุดเด็กๆ ก็จะตัดสินเองได้ ว่าพอใจหรือไม่อย่างไร และจะพัฒนาต่ออย่างไร มีอะไรขาดหรือเกินไปเท่าไหร่ จะตัดหรือเติมต่อแบบไหน?? 
            ขั้นตอนต่อมา...ต้องสร้างสรรค์ แต่จะสร้างสรรค์อย่างไร?? สร้างสรรค์คือความแปลกแต่ความแปลกนี้ต้องสนองตอบกับตัวความรู้ ซึ่งจะเชื่อมไปถึงความเข้าใจ 
             ขั้นตอนที่สาม...ขั้นตอนของการเรียนรู้ สำคัญคือรู้อะไร และทำอะไรเป็นบ้าง ครูต้องตั้งคำถามให้เด็กๆ ได้สำรวจตัวเองอยู่เสมอๆ ใช้คำถามซ้อนคำถามไปเรื่อยๆ 
             ขั้นตอนที่สี่...มุ่งสู่ความเข้าใจ มีอะไรหล่ะที่เป็นหลักฐานแสดงว่าเข้าใจ มีการนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้อย่างไรบ้าง 
             ขั้นตอนสุดท้าย...ที่เราอยากให้เกิดคือ การแบ่งปัน ทำอย่างไรที่เด็กจะไม่นำความรู้ที่มีนั้นไปเอาเปรียบคนอื่น เรียนรู้ที่จะพึ่งพากัน ยอมรับในความหลากหลาย แลกเปลี่ยนและคงความเป็นตัวตนของตนเองอยู่ได้ อยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
             ทั้งหลายเหล่านี้ ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเสมอ และอย่าพยายามที่จะทำให้เด็กเป็นเหมือนกับเรา 

<<จงทำงานเพื่อสร้างความสุขให้กับตนเอง....ถ้าครูมีความสุุข เด็กๆ ก็จะรับความสุขจากพลังในตัวครู>>

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฉันคือ..ใบไม้..ใบหนึ่ง


ห้วงเวลาชีวิตหนึ่งของเรา ก็เหมือนใบไม้ที่กำลังร่วงหล่น สายลม แผ่วเบา  ท่ามกลางแสงแดดทอประกาย  ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่  ใบไม้ค่อยๆ ร่วงหล่น..ตามแรงลม  พลันคิดว่า..ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้แน่นอน  เมื่อถึงเวลาอันสมควรใบไม้ก็ล่วงหล่นจากต้น  ไม่ต่างกับคน มีพบย่อมมีจากเป็นธรรมดา  อาการของคนหมดใจ  คงมีชีวิตอยู่เพื่อรอวันจากไป  จิตใจที่ถูกกระทำซ้ำๆ  เจ็บปวดกับเรื่องราวทำร้ายจิตใจ  จะทนได้นานสักเท่าไร  จากเจ็บมากมายค่อยๆ กลายเป็นชาชิน  อย่าแปลกใจกับท่าทีที่เฉยชา  และแววตาที่สิ้นหวัง  อย่าเสียใจ..กับการพลัดพราก  เมื่อถึงเวลา ใบไม้ย่อมร่วงหล่น  แต่ไม่นาน ก็จะมีใบไม้ใบเล็กๆ มาแทนที่  และจะวนเวียนอยู่เช่นนี้เสมอไป ฉันคือ..ใบไม้..ใบหนึ่ง

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แบ่งปัน

ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมายกว่าจะถึงวันนี้ สัปดาห์สุดท้าย พี่ๆ ป.1 อยากร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้น้องๆ รู้จักเรื่องราวของภูเก็ตเมืองงามแห่งนี้ด้วยกัน




พี่ๆ เตรียมเล่าเรื่องราวดีๆ ให้น้องๆ ฟัง พร้อมกับแสดงบทบาทสมมติเป็นบุคคลภูเก็ตในอดีต กับวิถีชีวิตและอาชีพของแต่ละท้องถิ่น

ซ้อมการแสดง

บรรยากาศการการแสดง


ขอบคุณทุกๆ คนที่เปิดโอกาส และร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ 

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วันข้างหน้า

เรื่องราวของการเดินทาง ทำให้เราได้รู้และเข้าใจว่า สิ่งที่สวยงามที่ได้พบเจอเช่นนี้ อาจมีวันที่สูญสลายไป ถ้าหากว่าเรามองแต่ตัวเอง ทุกๆ คนได้เห็นความงามร่วมกัน พร้อมจะดูแลกันและกัน และช่วยกันทำนุบำรุงรักษา
การเล่าเรื่อง ความเป็นมาของถิ่นนี้ พี่ๆ ป.1 ถ่ายทอดออกมาได้อย่างประทับใจค่ะ เส้นทางประวัติศาสตร์ข้างผนังห้องที่เราช่วยกันวาดด้วยสีน้ำ มีเรื่องราวของความงามแห่งเมืองภูเก็ตที่เราอาศัยอยู่นี้ ถึงแม้วันนี้สายฝนได้พัดพาสีสันให้หลุดลอกไป แต่ความงามก็ยังคงอยู่ในหัวใจของทุกๆ คน
ทุกคนพร้อมจะช่วยกันสร้าง ออกแบบสิ่งที่อยากให้เกิดในวันข้างหน้า เราช่วยกันปั้นความคิดออกมาให้ทุกคนเห็นด้วยดินน้ำมันก้อนเล็กๆ สีสันต่างๆ และเล่าเรื่องราวเหล่านั้นอย่างมีความสุข

จบลงอย่างงดงามกับการเรียนรู้เรื่อง ภูเก็ตเมืองงาม ของพี่ๆ ป.1 แต่ความรักความปรารถนาดีไม่มีวันเหือดหายไปจากหัวใจของเราค่ะ ^__^

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พร้อมเดินทาง

เป็นอีกก้าวที่งดงามไม้น้อยเลยทีเดียวสำหรับการเดินทางที่แสนวิเศษนี้ ในสัปดาห์ที่ 9 โครงงานภูเก็ตเมืองงาม พี่ป.1 มารู้จักกับเอกลักษณ์ที่สำคัญของเมืองภูเก็ต นั่นก็คือ คำขวัญจังหวัดภูเก็ต เราต่างช่วยกันแปลความหมายของคำขวัญและถ่ายทอดออกมาให้ทุกๆ คนได้เห็นภาพความงามนั้นด้วยกันค่ะ 

แต่ละสิ่งแต่ละอย่างค่อยๆ ดำเนินไปตามวิถีที่ควรจะเป็นไม่ได้เร่งเร้าหรือตรึงเส้นให้ตรงดิ่ง หากแต่เกิดขึ้นเองด้วยเส้นโค้งมน เอนไหวไปตามกาลเวลาและสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่าน




พี่ๆ ได้มีโอกาสชวนพี่ชวนน้องมาท่องไปในถิ่นนี้กับภูเก็ตเมืองงามด้วยกัน ชมความงามและร่วมกันเอาใจใส่ดูแล อนุรักษ์ รักษาคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป


ทุกๆ คนมีรอยยิ้มและความสุขเบ่งบานในหัวใจ พร้อมก้าวไปด้วยกัน มองในสิ่งเดียวกัน รักในสิ่งเดียวกันค่ะ

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เพื่อถ่างทาง

ส่งใจไปหาเธอ...ไปหาเธอ เขาทำอะไรกันนะ  อ๋อ..มอบหัวใจให้สรรพสิ่ง ฝากโลกดูแลรัก ฝากรักดูแลโลก  ฝากทุกคนดูแลบ้าน เพราะบ้านดูแลคนไม่ได้ กว่าจะรู้ว่าดี ก็สายเกินกว่าจะเยียวยา กิจกรรมพัฒนาจิตแทรกซึมลึกลงไปในจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ กระตุ้นจิตสำนึกก่อนศึกเข้าตีเมือง
เดินทางผ่านมาถึงสัปดาห์ที่ 8 กับภูเก็ตเมืองงาม มาถึงวันนี้พี่ป.1 ได้ศึกษาค้นหาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีในภูเก็ตทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม ดูเรื่องราวการก่อเกิด ความเป็นมา สิ่งที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ตลอดจนการอนุรักษ์ รักษาให้คงอยู่ต่อไป 



และมารู้จักกับผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในจังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารการกิน ซึ่งคนภูเก็ตให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่น้อยทีเดียว พี่ป.1 ได้ถือโอกาสอันดีนี้คิดสูตรอาหารขึ้นมาด้วยตัวเอง แล้วนำกลับไปทดลองทำที่บ้านกับครอบครัวของตนเองอย่างสนุกสนานและมีความสุขค่ะ
การศึกษาเรื่องราวเหล่านี้เป็นเสมือนการถ่างทางเพื่อให้มองเห็นกว้าง รู้จักเส้นทางเพื่อที่จะสามารถค้นหาสถานที่ที่สนใจและอยากเข้าไปสัมผัส 
พี่ๆ ป.1 ช่วยกันถ่างเส้นทางเพื่อที่จะพาทุกๆ คนมาร่วมมือกันอนุรักษ์ความงามของท้องถิ่นนี้ไปด้วยกันค่ะ